วิธีการง่ายๆที่จะช่วยให้คุณอ่านหนังสือได้มากขึ้น [รับประกันผลลัพธ์]

“ซื้อหนังสือ อย่าลืมซื้อเวลาในการอ่านด้วยนะ”

 

ยาวไปไม่อ่าน…ทำอย่างไรเราถึงจะเลิกพูดคำว่าไม่มีเวลาอ่านหนังสือ
มาดูกันว่าเรามีวิธีการไหนบ้างที่จะช่วยให้เราอ่านหนังสือได้มากและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น


1.พกหนังสือติดตัวตลอดเวลา

 

ในโลกยุคใหม่ที่เรามีภารกิจรัดตัวอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน เดี๋ยวทำงาน เดี๋ยวเดินทาง เดี๋ยวต้องทำธุระ อันที่จริงแล้วในหนึ่งวันเรามีชิ้นส่วนของเวลาเล็กน้อยแต่กระจัดกระจายเต็มไปหมด ซึ่งหากเราพกหนังสือติดตัวเอาไว้ ว่างเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมาอ่าน คุณจะตกใจเลยว่า อาทิตย์หนึ่งคุณอ่านหนังสือได้มากเท่าไหร่

 

2.ลดเวลาการใช้อินเตอร์เน็ต

short attention span

“เรามีเวลาให้สิ่งที่สำคัญเสมอ”
เชื่อไหมว่าถ้าหากลองจับเวลาการใช้มือถือของเราในแต่ละวันจะต้องตกใจว่าเราเสียเวลาไปมากแค่ไหน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะหมดเวลาไปกับไม่กี่แอพนักหรอก อันได้แก่จำพวกโซเชียลมีเดี

ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเสพเนื้อหาประเภทไหนบ้าง
เป็นความลุ่มลึกของหนังสือ หรือความฉับไวแต่ตื่นเขินผ่านนิวฟีด

 

ตัดเวลาท่องโซเชียลลงวันละนิด แล้วอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอีกหน่อยก็คงดีไม่หยอก

 

 

3.ลงตารางเพื่อการอ่านโดยเฉพาะ

 

ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเช้าของทุกวันหรืออาจจะเป็นยามคํ่าคืนก่อนนอนก็ได้…ประเด็นสำคัญคือการ “Make Time” สำหรับการอ่านและทำมันให้เป็นนิสัย โดยช่วงเวลาดังกล่าวจะไร้ซึ่งสิ่งรบกวน

เพียงเวลาไม่นานเราจะเริ่มติดนิสัยการอ่านจนเป็นกิจวัต
เมื่อนั้นเราก็ไม่ต้องมีตารางมากำกับอีกต่อไป

 

 

4.ตั้งเป้าหมายเป็นจำนวนเล่

‘Mark Zuckerberg’
ตั้งปณิธานปีใหม่ในปี 2015 ว่าจะอ่านหนังสือเดือนละ 2เล่ม และก่อตั้ง Book club ชวนคนมาอ่านหนังสือ

 

หลายคนชอบอ่านไปเรื่อยๆ ไม่กดดันตัวเอง อ่านเพื่อความผ่อนคลายและได้ความรู้เป็นของแถม แต่ก็มีหลายคนเช่นกันที่จริงจังกับการอ่านมากและมองว่า “การลงทุนกับความรู้ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด”

 

หากใครเป็นสายฮาร์ดคอร์ที่อ่านเพื่อพัฒนาตนเอง
ก็อาจจะทำลิสต์หนังสือที่จะอ่านของทั้งปี
แล้วกำหนดเวลาการอ่านชัดเจนไปเลย

 

ในกรณีผู้เขียนเองก็ตั้งเป้าอ่านอาทิตย์ละหนึ่งเล่ม พอเราสร้างเงื่อนไขเช่นนี้ สมองก็จะรับรู้ว่ามันเป็นเกมชนิดหนึ่งที่เราอยากจะเอาชนะให้จงได้

 

5.ทำลิสต์หนังสือที่อยากอ่า

taking a note

สำหรับคนที่รักการอ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ข้อนี้นับเป็นกิจกรรมที่สนุกอย่างมาก อย่างผู้เขียนเองก็มักจะถ่ายภาพปกหนังสือที่อยากอ่านเก็บไว้เสมอ…สิ่งนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เรารู้สึกว่าอยากอ่านเล่มที่อ่านอยู่ในปัจจุบันให้จบไวๆ จะได้ไปอ่านเล่มในลิสต์ของเราต่อไป

 

การสะสมพลังความอยากอ่านเช่นนี้ จะทำให้เรามี Motivation ในการอ่านหนังสือแต่ละเล่มมากขึ้นได้

 

6.อ่านให้เป็นนิสัย

 

หลายคนชอบคิดว่าคนที่จะทำอะไรสำเร็จต้องมีวินัยทำสิ่งต่างๆได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
ต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นและมีวินัยอย่างมาก

 

แต่นักจิตวิทยาพฤติกรรมกำลังบอกความจริงที่ต่างออกไป...
เพราะจริงๆ แล้วในการก่อร่าง สร้างนิสัยใหม่ๆที่ดีนั้น
วินัยเป็นสิ่งที่จำเป็นก็จริง แต่ก็แค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น
หากเราอดทนและมีวินัยอย่างสูงในตอนเริ่มต้นได้
ภายในเวลาไม่นาน การกระทำจะเริ่มเปลี่ยนเป็นนิสัย (forming the habit) ที่เราสามารถทำไปได้ในทุกวันโดยแทบไม่ต้องคิดเลย…

 

หากเราสามารถแปรงฟันตอนเช้าและก่อนนอนโดยแทบไม่ต้องคิด
เราก็สามารถทำเช่นนั้นกับการอ่านเช่นกัน

 

7.อ่านจบแล้วไปรีวิว

 

ใครว่าหนังสือเป็นกิจกรรมที่ต้องทำคนเดียว?
หากลองเปิดใจให้กว้างซักนิด จะเห็นได้ว่าโลกออนไลน์ได้เปิดพื้นที่ใหม่ๆ ให้คนที่ “นิยมชมชอบ” ในการอ่านเขียน ได้มาเจอกันอย่างผู้เขียนเองก็ชอบเข้าไปอ่านหรือบันทึกเรื่องราวใน storylog อยู่เสมอๆ…

หรือหากถ้าชอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอ่านก็สามารถไปติดตามเพจ Readery…
ถ้าชอบรีวิวหนังสืออยู่แล้วก็สามารถเข้าไปร่วมกิจกรรมรีวิวหนังสือสั้นๆ
ใน twitter กับซีเอ็ด พร้อมติดแฮชแท๊ค #คำนิยมชมชอบ ก็มีโอกาสได้ลุ้นรับของรางวัล และหากได้รับเลือกคำนิยมเหล่านั้นก็จะถูกจัดพิมพ์ไปทั่วทุกสาขาในประเทศไทยเลย

ในถึงที่สุด “จำนวนเล่ม” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของ “เป้าหมาย” ในการอ่าน

 

บางคนชอบอ่านอย่างช้าๆแต่ดื่มดํ่า บางคนอ่านแสกนอย่างไวๆ เพื่อเอาข้อมูลไปใช้ทำงาน หนังสือบางเล่มก็ถูกอ่านซํ้าแล้วซํ้าอีกในต่างช่วงเวลาหรือต่างสถานการณ์ในชีวิตเพื่อทบทวนชีวิตและหาลู่ทางเดินต่อไป

 

การอ่านดูเผินๆเหมือนจะเป็นกิจกรรมที่โดดเดี่ยว แต่ในหัวของนักอ่านไม่เคยเงียบงัน พวกเรายังคงค้นหาคุณค่า ความหมาย ความงาม ความจริง ผ่านตัวอักษร พร้อมกับเสียงที่ดังก้องในหัว

 

ในขณะที่อ่านเราอาจโดดเดี่ยว แต่เราไม่เคยเดียวดาย
เพราะเราจะอ่านไปพร้อมๆกัน

คนสายวิทย์ที่จงใจมาทำงานสายธุรกิจและหวังว่าซักวันหนึ่งทั้งสองโลกจะมาเชื่อมกัน

เครดิทภาพ: weforum.org

ร่วมแสดงความคิดเห็น และแชร์ไปยัง Facebook ของท่าน