ที่ผ่านมาให้แล้วไป…ปีหน้าเอาใหม่ 5 สิ่งที่ควรทำในเดือนสุดท้ายก่อนจะขึ้นปี 2019


1.ปล่อยวาง…และเริ่มต้นใหม่

ใครจะไปคิดว่าเวลาแค่ 365 วันนั้นสามารถมีอะไรเกิดกับชีวิตเราได้มากมายถึงเพียงนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพียงหนึ่งปีอะไรๆก็เปลี่ยนไปได้เยอะมากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ การงาน การเรียน สุขภาพ
.
รักกันหวานชื่น…วันนี้อาจร้างราห่างไกล
การงานนั้นไซร้…เปลี่ยนงานใหม่วิถีีชีวิตก็เปลี่ยน
.
หลายครั้งในขณะที่เราเลื่อนไถไปตามโซเชียลมีเดียก็อดเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนอื่นเขาไม่ได้ ทำไมชีวิตพวกเขาดูดีแฮปปี้มีความสุขจัง
.
แล้วทำไมชีวิตฉันถึง “เป็น” แบบตอนนี้
แต่ธรรมชาติอย่างหนึ่งของกาลเวลาคือมัน “เลื่อนไหล” ไปตลอดเวลา
เราไม่เคย “เป็น” สิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแน่แท้คงที่
แต่เรากำลัง “กลายเป็น” บางสิ่งบางอย่างที่ต่างออกไปต่างหากเล่า
.
.
ชีวิตเปิดโอกาสให้เราได้ “เริ่มต้นใหม่” ทุกวัน
มีแต่ตัวเราเองที่มัวแต่ไปยึดติดกับอดีตที่ไม่ได้ดั่งใจ
.
มองไปข้างหน้า…แทนที่จะถามตัวเองว่าทำไมชีวิตเราถึงได้ “เป็น” แบบนี้…เปลี่ยนเป็นชีวิตของเราจะ “กลายเป็น” อะไรที่ดีกว่าได้บ้างในอนาคตน่าจะดีกว่า

Tip: ก่อนหน้าเราเกิดก็ไม่มีตัวเรา…หลังเราตายตัวตนก็สลายหายไป ชีวิตคือช่วงเวลาสั้นๆในจักรวาลที่ตัวเราได้ถือกำเนิดขึ้น…ลองมีทัศนคติที่มองชีวิตเป็นของขวัญจะช่วยให้เรามีกำลังใจพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

อ่านบทความ ความสุข ในมุมมองวิทยาศาสตร์: มองชีวิตเป็นของขวัญ และนั่นก็เพียงพอแล้ว (https://bit.ly/2UO7RCB)


2.รีวิวชีวิตตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมา

ลองย้อนนึกไปถึงทางเลี้ยวใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือดี
.
ถ้าเราพิจาณาให้ถี่ถ้วนมากพอหลายเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิด แต่สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ มันกลับนำเราไปสู่หนทางเดินใหม่ๆ บ้างก็ให้บทเรียนที่ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้นหรือเปล่า
.
ณ วินาทีนี้ ในขณะที่กำลังอ่านตัวอักษรนี้
ตัวเราก็ยังคงหายใจ ทุกสิ่งผ่านมาและผ่านไป
สิ่งที่หลงเหลืออยู่กับเราเป็นเพียงความทรงจำ
.
เราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ความทรงจำร้ายๆ เป็นตัวฉุดรั้งให้เราอยู่ในภวังค์แห่งความกลัวจนไม่กล้าทำอะไรใหม่ หรือเราจะใช้มันเพื่อขบคิดและถอดบทเรียนออกมาจากมันได้
.
เมื่อเราหัดที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์…จำนวนปีที่ผันผ่านพร้อมๆกับริ้วรอยที่มากขึ้นย่อมนำมาซึ่งการเติบโตของจิตวิญญาณให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น
.
Tip 1: ลองนึกย้อนไปยังสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น หยิบยกบางเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เจ็บปวดมาเขียนบันทึกลงบนกระดาษ เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง เราจะป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกได้อย่างไร
.
Tip 2: หลังจากเรื่องทั้งหมดผ่านพ้นไป ทุกวันนี้คุณยังมีอีกหลายเรื่องที่น่ายินดีในชีวิตที่เราอาจลืมนึกถึงมัน… การฝึกเขียน “คำขอบคุณ” พิสูจน์แล้วว่าช่วยให้เราเห็นแง่งามในชีวิตมากขึ้น

อ่านบทความเขียนคำ ‘ขอบคุณ’ กันไปทำไม: การเขียนเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกภายใน (https://bit.ly/2PHzfy9)


3.วางแผน

มีสำนวนภาษาอังกฤษที่ว่า “Failing to plan is planning to fail”
แปลได้ว่า “ถ้าคุณพลาดผิดไม่คิดวางแผน คุณก็กำลังวางแผนไปสู่ความผิดพลาด”
.
คนที่ชอบางแผนก็กำลังปวดหัวอยู่ว่าทำไมแผนการของปีก่อนถึงสำเร็จน้อยกว่าที่ตั้งใจเอาไว้ ในขณะที่บางคนไม่เคยตั้งเป้าหมายในชีวิตเสียด้วยซ้ำ
.
จากสถิติพบว่าแผนการที่เราตั้งไว้กว่า 80% มีปลายทางคือความล้มเลิกแล้วลองคิดดูว่าถ้าไม่มีแผนการชีวิตจะไร้ทิศทางได้ขนาดไหน
.
สำหรับประเด็นนี้ผมขอแนะนำให้ศึกษา 2 เรื่อง
1.วิธีการตั้งเป้าหมายที่จริงแท้ต่อหัวใจของเราเอง (https://bit.ly/2R0rUOQ)
.
2.การ “จัดลำดับความสำคัญ” ของแผนการที่จะนำไปสู่เป้าหมาย (https://bit.ly/2R3jbvD)
.
เมื่อเราเลือกเป้าหมายที่ดีต่อใจของเราจริงๆผนวกกับพลังของการโฟกัสในการทำตามแผนการที่สำคัญที่สุด…รับรองได้เลยว่าก่อนสิ้นปี 2019 ชีวิตคุณต้องพัฒนาเข้าใกล้ความสำเร็จที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน


4.ลงมือทำ…ทันที!!!

ความเป็นจริงก็คือ…ต่อให้คุณมีแผนการอันล้ำเลิศ
อ่านหนังสือฮาวทูจิตวิทยาความสำเร็จเป็นตั้งๆ คุณก็ไม่สามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณได้อยู่ดี…ถ้าคุณไม่ลงมือทำ
.
เคล็ดลับก็คือ วางแผนได้ คิดได้ แต่อย่ามากเกินไปจนไม่ได้ลงมือทำ
.
ขอให้คุณอย่าสับสนระหว่างสองสิ่งนี้เด็ดขาด…นั่นก็คือ

เราอาจเรียนรู้ ศึกษา วางแผนมากมายเพื่อหลอกสมองตัวเองว่าอย่างน้อยเราก็เข้าใกล้เป้าหมาย (Motion) แต่ถ้าเราเอาแต่วางแผนมากเกินไปจนไม่ได้ลงมือทำ (Action) มันอาจกลายเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการผัดวันประกันพรุ่ง (Procrastinate) ไปเสียได้…

การดูคลิปวิธีการลดน้ำหนักใน Youtube คือ Motion
แต่การใส่รองเท้าแล้วออกไปวิ่งคือ Action

การอ่านกระทู้ Pantip วิธีการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเองคือ Motion
แต่การฝึกออกเสียงพูดตามตัวละครในซีรีย์ฝรั่งคือ Action
.
สุดท้ายถ้าเราเอาแต่วางแผนอันหรูเลิศแต่ไม่ได้ลงมือทำเราก็จะค่อยๆเบื่อกระบวนการพิชิตเป้าหมายนั้น เพราะมันไม่เห็นผลลัพธ์ออกมา…สิ่งที่เหลือคือแผ่นกระดาษกับความเพ้อฝันอันไร้ความหายเอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้อยู่ดี

Tip : ศึกษาวิธีการอ่านหนังสือฮาวทูที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้คุณวางแผนและลงมือทำเป้าหมายนั้นให้เป็นรูปธรรมได้จริงๆ (ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่: https://bit.ly/2Lovf5c)


5.ยังอ่านอยู่อีกหรอครับ…กดย้อนกลับ กดไลค์ กดแชร์บทความ แล้วไปลุยเลย

โอ้วชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆกัน แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน อยู่ที่ใครจะคว้ามันให้อยู่มือ…จงคว้าทันทีอย่าปล่อยให้หลุดมือ

.
.
.
เครดิทภาพจากภาพยนต์ Shawshank Redemption (1994)…ปีเกิดผมเลยนะนี่ :b

คนสายวิทย์ที่จงใจมาทำงานสายธุรกิจและหวังว่าซักวันหนึ่งทั้งสองโลกจะมาเชื่อมกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น และแชร์ไปยัง Facebook ของท่าน