อาชีพที่ใช่ มันต้องหาที่ไหนกันแน่—รีวิวหนังสือและเว็บไซต์แนว career advice (จดหมายจากหลานบนดาวอังคารถึงปู่บนโลก)

รีวิวหนังสือและเว็บไซต์แนว career advice
ภาพปกจาก thequotes.in

Your time is limited, so don’t waste it living someone else’s life.

เวลาชีวิตคนมีจำกัด ก็อย่าไปเสียเวลาใช้ชีวิตตามแบบคนอื่นๆ

– Steve Jobs –


(ซองปิดผนึก)

ถึง คุณปู่บนโลก…จาก หลานในโลกอนาคต

วันที่เขียน ค.ศ. 2109….เขียนที่ ดาวอังคาร

ถึงปู่อันเป็นที่รัก บนหนทางยาวไกลของชีวิต ช่างเป็นเรื่องน่าสับสนยิ่งนักว่าทางไหนคือเส้นทางที่เราควรเลือก พอเลือกทางหนึ่ง ก็ต้องสละอีกทาง แล้วทางไหนคือทางเลือกที่เหมาะกับเราที่สุดล่ะ ใช่, จดหมายนี้หลานส่งมาจากโลกอนาคต แต่ปู่อย่าได้นำเรื่องนี้ไปบอกใคร ทางสหพันธรัฐห้ามเด็ดขาดในการติดต่อย้อนเวลากลับไปหาบรรบุรุษเพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของประวัติศาสตร์

 

หลานขอแนะนำหนังสือและแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ในยุคของปู่…ถ้าปู่เอาจริงเอาจังกับชีวิตมากกว่านี้อีกหน่อย ครอบครัวของเราคงใหญ่กว่านี้ เสียดายที่ครอบครัวเราส่งคนมาอยู่บนดาวแดงแห่งนี้เพียงแค่สองคน คือ พ่อและอาของผม (ใช่แล้ว ลูกชายสองคนของปู่จะได้มาดาวอังคาร)

หากมองไปยังอนาคตการก้าวเดินท่ามกลางม่านหมอกของชีวิตช่างเป็นเรื่องพร่ามัวและลึกลับ แต่เมื่อหลานมองย้อนกลับไปจากอนาคตมันช่างชัดเจนยิ่งนักท่านคุณปู่…แม้ปู่จะคิดว่าหลานแค่การเอาหนังสือมารวมเป็น list ส่งจดหมายข้ามเวลามาเล่นๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย…เพราะความเป็นจริงคือหนังสือแนวนี้ในท้องตลาดมีเยอะมากๆ ในยุคของคุณปู่ รายชื่อที่หลานคัดมานี้ หลานได้ทำการวิเคราะห์แล้วว่าความรู้และวิธีคิดจากแหล่งทั้ง 7 นี้ จะเป็นเข็มทิศนำทางตระกูลของเรา


 

ถึงยุคผมจะได้อยู่เป็นอมตะ…แต่ในยุคของปู่เวลาชีวิตนั้นจำกัด

ปล.เสียใจด้วยครับที่เทคโนโลยี singularity เพิ่งจะมาค้นพบเมื่อ 2075 นี้เอง ตอนปู่สิ้นลมไปแล้ว

 

อายุไขเฉลี่ยของมนุษย์คือ 750,000 ชั่วโมง

เราหมดเวลาไปกับในวัยเด็กราวๆ 175,000 ชั่วโมง

ใช้ไปกับการนอน การกิน การออกกำลังกาย พูดคุยกับเพื่อนมนุษย์ไปราวๆ 325,000 ชั่วโมง

สุดท้ายเราเหลือเวลาชีวิตแค่ 250,000 ชั่วโมงในการใช้ประโยชน์และกิจกรรมที่มีความหมาย

แต่ช่วงเวลาลํ้าค่าดังกล่าวก็ถูกใช้ไปกับเรื่องการงานอาชีพมากถึง 20%-60% 

และขุมทรัพย์ทั้ง 7 แหล่งนี้จะทำให้เวลาเหล่านั้นถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

 

[1] ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม” : Start With Why

ทำไมต้องเริ่มด้วย "ทำไม" : Start With Why

ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม” : Start With Why

“ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ” นั่นเป็นคำถามที่ผู้คนและธุรกิจส่วนใหญ่พยายามหาคำตอบ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการตั้งคำถามแบบนั้นมักจะนำไปสู่ความล้มเหลว หรืออย่างดีก็แค่ประสบความสำเร็จแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แล้วคำถามที่ดีกว่าคืออะไร? “Simon Sinek” นักพูดและที่ปรึกษาด้านธุรกิจชื่อดังระดับโลกจะแสดงให้เห็นว่า แค่เปลี่ยนคำถามจาก “อย่างไร” มาเป็น “ทำไม” ชีวิตและธุรกิจก็จะดีขึ้นแบบทันตาเห็น และพุ่งทะยานไปข้างหน้าจนไม่มีใครตามทัน โดยนำเสนอผ่านแนวคิด หลักการ ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง รวมถึงกรณีศึกษาจากบุคคลและธุรกิจชั้นนำมากมาย!

ดูหนังสือได้ที่นี่

 

[2] โมเดลธุรกิจของคุณ : Business Model You

โมเดลธุรกิจของคุณ : Business Model You

โมเดลธุรกิจของคุณ : Business Model You

หนังสือเล่มนี้ เป็นเหมือนคู่มือที่จะช่วยให้คุณทำความรู้จักตัวเองได้อย่างถ่องแท้มากขึ้น เพื่อที่คุณจะได้สามารถกำหนดเส้นทางอาชีพการงานให้สอดคล้องกับความเป็นคุณอย่างแท้จริง โดยผ่านการทำแบบฝึกหัดง่ายๆ ที่ได้รับการออกแบบและขัดเกลาจากประสบการณ์ของผู้คนในสาขาอาชีพต่างๆ จากทุกมุมโลก เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถปฏิบัติตามได้จริงอย่างเป็นขั้นตอนไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก แบบฝึกหัดในบทต่างๆ จะเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถออกแบบโมเดลธุรกิจของคุณขึ้นมาได้ โดยปลูกฝังหลักคิดในการมองตัวเองเป็นหน่วยธุรกิจหน่วยหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถมองและทำความเข้าใจกับตัวคุณเองได้อย่างรอบด้านมากขึ้น เปลี่ยนความไม่แน่นอนทางด้านงานอาชีพ มาเป็นความมั่นใจด้วยการใช้พิมพ์เขียวเพียงหน้าเดียว ซึ่งได้ช่วยให้องค์กรต่างๆ นับพันแห่งทั่วโลกประสบความสำเร็จในการสร้างวิถีใหม่ในการทำงานมาแล้ว นี่คือวิธีที่เป็นระบบในการใช้โมเดลธุรกิจที่สำคัญที่สุดอย่างเหมาะสมซึ่งนั่นก็คือ โมเดลธุรกิจของคุณนั่นเอง

ดูหนังสือได้ที่นี่

 

[3] The 4-Hour Workweek ทำน้อยแต่รวยมาก

The 4-Hour Workweek ทำน้อยแต่รวยมาก

The 4-Hour Workweek ทำน้อยแต่รวยมาก

ลืมความคิดเก่าๆ เรื่องการวางแผนเกษียณ และการรอทำความฝันทุกอย่างเมื่อได้หยุดพักหลังเกษียณไปได้เลย! เพราะคุณสามารถทำทุกอย่างที่อยากทำได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก การมีรายได้ 6 หลักต่อเดือนจากธุรกิจที่คุณไม่ต้องเสียเวลาดูแล หรือเพียงแค่การได้มีเวลาใช้ชีวิตมากขึ้นและทำงานน้อยลง ด้วยวิถีแห่งเศรษฐีแนวใหม่ที่ร่ำรวยทั้งเวลาและเงินทอง ที่จะช่วยง้างโซ่ตรวนที่ล่ามไว้กับนิยามการทำงานแบบเดิมๆ และปลดปล่อยให้โบยบินสู่อิสรภาพ ทั้งทางด้านการเงิน เวลา และความสุขในแบบที่คุณเป็นคนเลือกเอง

ดูหนังสือได้ที่นี่

[4] Managing Oneself : ปัญญางาน จัดการตน

Managing Oneself : ปัญญางาน จัดการตน

Managing Oneself : ปัญญางาน จัดการตน

 

“Managing Oneself” เป็นหนึ่งในงานที่ทรงคุณค่าและทรงพลัง ที่ถูกเขียนโดยปรมาจารย์การจัดการของโลกอย่าง “ปีเตอร์ เอฟ. ดรักเกอร์” ถูกตีพิมพ์โดยสถาบันการศึกษาที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ถูกอ่านและถูกนำไปใช้โดยนักบริหารทั่วโลก นี่คือ หนังสือเล่มเล็กที่ตั้งคำถามในเรื่องใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ควรรู้

ซึ่งการได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เปรียบเสมือนการได้นั่งลงสนทนากับปรมาจารย์ด้านการจัดการและที่ปรึกษาด้านบริหารธุรกิจที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลก เชื่อว่าแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ปัญญาที่เกิดจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ จะช่วยให้ท่านครุ่นคิดเรื่องชีวิต การงาน คุณค่า และการใช้เวลาในช่วงที่สองของชีวิตอย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว

ดูหนังสือได้ที่นี่

[5] Future : ปัญญาอนาคต

Future : ปัญญาอนาคต

Future : ปัญญาอนาคต

 

แม้จะเกริ่นนำเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก และความหวาดกลัวที่ชนชั้นนำในอดีตมีต่ออนาคต แต่หนังสือเล่มนี้หาได้วางเป้าหมายไปที่การเปลี่ยนแปลงโลก หากฉายภาพใหญ่ของโลกและอนาคตที่เดินทางมาถึงแล้ว เพื่อให้ผู้อ่านเตรียมรับมือ และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับโลกภายใน เมื่อโลกภายในเปลี่ยน ความคิดจิตใจเปลี่ยน เราจึงจะสามารถเปลี่ยนโลกภายนอกได้ หากโลกภายในไม่เปลี่ยน ไฉนเลยจะเปลี่ยนแปลงใคร

หนังสือ “Future : ปัญญาอนาคต” เล่มนี้ มุ่งไปที่การเปลี่ยนแปลงตน การสร้างตนเองขึ้นมาใหม่ของผู้อ่าน ในโลกยุคที่รัฐบาลไม่มีบริการหลังการขาย การงานไม่ใช่สิ่งหาง่าย และประชาชนต้องเอาตัวรอดให้ได้ ในสถานการณ์เลวร้ายที่กำลังจะมาถึง หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่สูตรสำเร็จหรือเคล็ดลับที่จะทำให้คุณเปลี่ยนชีวิตได้ในเวลาอันสั้น มั่งคั่งในเวลาชั่วข้ามคืน หรือมีความสุขยืนยาวโดยไม่ลงมือทำ ฉลาดล้ำโดยไม่ต้องศึกษา หรือพบทางออกจากปัญหา โดยหันไปหาวิธีการเก่า ๆ แต่หนังสือเล่มนี้จะชักชวนคุณผู้อ่าน ให้เดินทางร่วมกันไปสู่อนาคต ด้วยการศึกษาประสบการณ์จากทั่วโลก แล้วลงมือปฏิบัติอย่างมุ่งมั่น โดยไม่หวั่นต่อเสียงวิพากษ์ ไม่พึ่งพาอาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ขบคิด สร้างสรรค์ สร้างความแตกต่าง และสร้างคุณค่า เพื่อให้ปัจเจกชนธรรมดาสามารถกำหนดอนาคตของตนได้ในยุควุ่นวายโกลาหล

ดูหนังสือได้ที่นี่

สองเว็บไซต์ด้านล่างเป็นภาษาอังกฤษนะครับ…ถ้าอ่านไม่ออกก็ไม่เป็นไรนะครับ เพราะคนเขียนบทความนี้เข้าตั้งใจจะแปลและถ่ายทอดแก่นเหล่านั้นในจดหมายฉบับถัดๆ อยู่แล้ว อ้อ ! อีกอย่าง ปู่รออีกแค่ 2 ปี เดี๋ยวบริษัท Google จะผลิตแว่นตาที่สามารถแปลได้ทุกภาษาแล้วครับ คล้ายๆ กับวุ้นแปลภาษาที่คุณปู่ดูในตำนานโดเรม่อนสมัยเด็กๆ นั่นแหละ…ปู่รู้ไหมครับยุคผมโดเรม่อนอยู่ในหนังสือวิชาประวัติศาสตร์เทคโนโลยีด้วยครับ

 

[6] เว็บไซต์ เดี๋ยวนะ ทำไมหรอ…Wait But Why

 

เดี๋ยวนะ ทำไมหรอ wait but why

เดี๋ยวนะ ทำไมหรอ wait but why…เข้าไปอ่านบทความที่โคตรเจ๋งได้ที่นี่

เว็บไซต์นี้มันเจ๋งมากเลยล่ะครับ แต่มีคนไทยไม่กี่คนที่รู้จักหรอกครับ คุณปู่สามารถเข้าไปอ่านบทความนี้ที่เขียนอธิบายกรอบความคิดในการเลือกและวางแผน อาชีพยุคใหม่ ได้เลยนะครับ…ล่าสุดคุณ Tim urban ผู้เขียนได้รับรางวัลเกียรติยศจากองค์การยูเนสโกแห่งโลกหลังยุค singularity ให้เป็นบุคคลทำนายอนาคตยอดเยี่ยมไปแล้วครับ แนวคิดของเขาผู้นี้ให้ insight ที่แสนวิเศษให้คุณได้ตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยตัวเองโดยหลักคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ บทความอื่นๆของเขาทำนายโลกอนาคตถูกไปเกิน 95% เลยล่ะครับ …ผู้กุมความรู้กุมอำนาจ ผู้รู้อนาคตกุมทุกสิ่งนะครับคุณปู่

คลิกเพื่อชมเว็บได้ที่นี่

[7] เว็บไซต์ 80,000 ชั่วโมง

80000 hours

80000 hours

 

ด้วยพลังแห่งคนรุ่นใหม่…เว็บไซต์นี้ก่อตั้งโดยสองหนุ่มที่มีปณิธานแรงกล้าที่จะช่วยเพื่อนรุ่นเดียวกันในการตัดสินใจเลือก อาชีพยุคใหม่ เจ้าสองหนุ่มนี่ไม่ได้เขียนบทความขึ้นมาลอยๆ นะครับ แต่เขาทำวิจัยศึกษาอย่างจริงจังที่มหาวิทยาลัย Oxford หรือลองดูตัวอย่างบทความที่มีชื่อว่า “อะไรทำให้งานนั้นเป็นงานในฝันของคุณ” ซึ่งเขียนมาจากการรวบรวมงานวิจัยหว่า 60 ชิ้นเลยทีเดียว เห็นไหมครับว่าเขาข้อมูลแน่นจริงๆ

คลิกเข้าชมเว็บได้ที่นี่

 

ผมต้องไปแล้วครับคุณปู่…ถึงแม้ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ได้คุณปู่อายุยืนพอจนถึงยุค หลัง singularity แต่ก็หวังว่าจะทำให้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณปู่มีคุณค่าและความหมายมากขึ้น…ถ้าไม่มีอะไรผิดแผน หลานก็หวังว่าอานิสงส์ครั้งนี้จะทำให้ตระกูลเรายิ่งใหญ่มากกว่านี้…อย่างน้อยก็ในอีกจักรวาลหนึ่ง ในจักรวาลคู่ขนาน

 

ณภัทร สงวนแก้ว

ณภัทร สงวนแก้ว

คนสายวิทย์ที่จงใจมาทำงานสายธุรกิจและหวังว่าซักวันหนึ่งทั้งสองโลกจะมาเชื่อมกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น และแชร์ไปยัง Facebook ของท่าน