CCTV มีสมอง Part 2

CCTV มีสมอง Part 2 | โดย อ.เกษมสันต์ วีระกุล

CCTV มีสมอง Part 2 โดย อ.เกษมสันต์ วีระกุล

ผมทิ้งท้ายเอาไว้ว่า CCTV สมัยใหม่เดี๋ยวนี้มีสมองทำให้มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น อ่านทะเบียนรถได้ ช่วยนับจำนวนรถก็ได้ ปัจจุบันหลายประเทศได้มีการเอากล้อง CCTV ที่มีสมองไปช่วยบริหารการจราจรกันแล้ว

ที่กุ้ยหยางกับเฉิงตู ประเทศจีนที่ผมไปมา ถ้าเราขับรถไปในถนนในเมืองทั่วไป กล้อง CCTV  มีสมองจะทำหน้าที่แทน “ตำรวจ” คอยตรวจจับคนทำผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าตำรวจที่เป็นคนเพราะอาจจะเผลอไผลมองไม่เห็น มองไม่ทัน แต่สำหรับกล้อง CCTV นี่เห็นเกือบจะ 100  เปอร์เซ็นต์

มองเห็นคนทำผิดแล้ว กล้องก็จะส่งข้อมูลไปยังระบบซึ่งเชื่อมโยงกับระบบทะเบียนรถยนต์ ทำให้ระบบตรวจสอบได้ ว่ารถคันนั้นเป็นของใคร อยู่ที่ไหน ใบสั่งก็จะถูกส่งตรงไปถึงบ้านให้ไปเสียค่าปรับโดยไม่มีสิทธิ์ต่อรองจ่ายนอกระบบ กับตำรวจเหมือนกับที่คนไทยคุ้นชิน

 

ถ้าเราขับรถไปในถนนที่อันตรายหรือสำคัญ ทางการจีนเขาตั้งใจจะติดตั้งกล้องให้ผู้ขับขี่มองเห็นแบบชัดๆ แถมยังใช้วิธียิง ไฟแว้บๆไปยังทะเบียนรถซึ่งคนขับขี่จะรู้สึกทันทีว่ามีแสงแว้บเข้าตา โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือเตือนคนขับขี่ให้รู้ตัวว่า

บนถนนเส้นนี้มีกล้อง CCTV ติดตั้งอยู่นะ ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังและต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดด้วย ความ จริงกล้อง CCTV ที่มีสมองนั้นสามารถยิงไฟแว้บไปยังทะเบียนรถในความถี่สูงที่คนมองไม่เห็นก็ได้ แต่ทางการจีนเลือกที่ จะตั้งค่าให้คนขับเห็นโดยหวังผลตักเตือนและป้องปรามมากกว่าปล่อยให้ทำผิดแล้วดักจ๊ะเอ๋จับกุม

ในห้างสรรพสินค้าทั้งหลายในกุ้ยหยางและเฉิงตูก็เช่นกัน เมื่อเราขับรถเข้าไปเขาจะใช้กล้อง CCTV อ่านทะเบียนรถเรา แล้วที่กั้นอัตโนมัติก็จะเปิดให้เราเข้าไป ตอนขาออกเมื่อกล้อง CCTV อ่านทะเบียนรถเรา ข้อมูลการเข้าออกก็จะแสดงบน หน้าจอให้คนขับตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้ารถคันนั้นลงทะเบียนจ่ายค่าจอดรถแบบหักบัญชี ที่กั้นอัตโนมัติก็จะเปิดให้ รถคันนั้นออกไปเลย แต่ถ้ารถคันนั้นไม่ได้ลงทะเบียนเอาไว้เราก็ต้องจ่ายเงินสดตรงทางออกนั่นเอง

ในหลายประเทศเขาใช้กล้อง CCTV มีสมองมาช่วยบริหารการจราจร ด้วยการใช้กล้องนับจำนวนรถบนท้องถนน คำนวณ ความเร็วของการจราจรบนถนนแต่ละเส้น แล้วเชื่อมโยงไปกับระบบไฟจราจรให้เปิดไฟเขียวไฟแดงให้เหมาะสมกับ ปริมาณการจราจร  ที่สำคัญทั้งระบบกล้องและระบบบริหารไฟจราจรนี้เขาจะเอาสมองหรือ “ปัญญาประดิษฐ์” มาใส่ไว้ ด้วย ซึ่งเมื่อมีสมองทั้งกล้องและระบบไฟก็จะฉลาดขึ้นทุกๆวัน ยิ่งเห็นยิ่งบริหารก็จะยิ่งฉลาดและจะสามารถบริหารการ จราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจราจรจราจลแบบเมืองไทยนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องเอาระบบแบบนี้มาใช้

ในญี่ปุ่นเขายังเอาระบบกล้อง CCTV มีสมองไปช่วยบริหารความปลอดภัยโดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งมีคนมากๆ เช่นสถานี รถไฟทั้งบนดินและใต้ดิน ผมมีโอกาสไปชมระบบการบริหารความปลอดภัยในสถานีรถไฟของเขาซึ่งใช้ทั้ง CCTV มี สมองและระบบที่มีสมอง ซึ่งฉลาดมากพอที่จะเตือนเจ้าหน้าที่เมื่อเห็นมีคนหรือพฤติกรรมผิดสังเกต เช่นมีคนเดินถือไม้ ยาวๆ หรือถือถังน้ำมันถังก๊าซ เข้ามาในสถานี หรือคนที่ถือของเข้ามาแล้วก็เอาไปวางทิ้งเอาไว้แล้วเดินจากไป หรือเตือน แม้กระทั่งตอนเห็นคนเมาเดินโซเซ เพราะคนเมาถ้าตกลงไปในรางนอกจากอาจจะตายแล้วยังจะทำให้การจราจรทั้งระบบ ของรถไฟล่าช้าไปด้วย

ถ้าหากมีการพลัดหลงกับลูกหลาน เมื่อไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟว่ารูปพรรณสัณฐานของลูกหลานเราเป็นอย่างไร ใส่ชุดอะไรสีอะไร ในเวลาเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเจ้าหน้าที่ก็สามารถจะบอกเราได้ว่า เด็กที่มีรูปพรรณสัณฐานและแต่งกาย ใกล้เคียงกับที่เราแจ้งนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวทั้งหมดมีอยู่กี่คน อยู่ตรงไหนหรือเดินออกไปทางออกหมายเลขอะไรบ้าง เมื่อผู้แจ้งสังเกตเห็นบุตรหลานตัวเองชัด การตามให้พบจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆในญี่ปุ่น

อ่าน CCTV มีสมอง Part 1 คลิก

ขอบคุณ : Amazing AEC เดลินิวส์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561

ร่วมแสดงความคิดเห็น และแชร์ไปยัง Facebook ของท่าน