วันคนโสด แบล็คไฟร์เดย์และไซเบอร์มันเดย์

วันคนโสด แบล็คไฟร์เดย์และไซเบอร์มันเดย์ | โดย อ.เกษมสันต์ วีระกุล

วันคนโสด แบล็คไฟร์เดย์และไซเบอร์มันเดย์

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็นวันโสดที่เกิดขึ้นเพราะวัยรุ่นจีนที่ไร้คู่เขาหมั่นไส้คนมีคู่ที่ฉลองกันหวานแหววใน ช่วงวันวาเลนไทน์ ก็เลยสร้างวันคนโสดขึ้นในวันที่ 11 เดือน 11 เพราะมันมีเลขหนึ่งยืนโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ถึง 4 ตัว ดูเหงาดี

ตอนเริ่มแรกในช่วงปีพ.ศ. 2536 นั้นวัยรุ่นจีนที่ยังไม่มีคู่ก็พากันออกไปเที่ยวไปพักผ่อนดูหนังฟังเพลง ทำอะไรตามใจ ตัวเองประสาคนโสด ต่อมาร้านค้าทั้งหลายก็จับจุดได้ว่าการช็อปปิ้งก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนโสด ร้านค้าต่างๆก็เลย เริ่มจัดให้มีเทศกาลลดราคาในช่วงวันคนโสด

จนเมื่อปีพ.ศ. 2552 ที่นายแจ็คหม่าเจ้าของ อาลีบาบา เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดังของจีน เกิดปิ๊งไอเดียช็อปปิ้งวันคนโสด เขาก็เลยจัดให้มีการลดราคาขนานใหญ่ในเว็บไซต์ของเขา ผลก็คือคนทั้งโสดและไม่โสดต่างก็เฝ้ารอคอยการลดราคา ของอาลีบาบาในวันคนโสด และกระหน่ำซื้อกันแบบบ้าคลั่ง

ยอดขายผ่านอาลีบาบาในวันคนโสดปีพ.ศ. 2561 ที่เพิ่งผ่านไปนี้คือ 213,500 ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทยแบบคร่าวๆโดยเอา 5 คูณก็จะได้ 1,067,500  ล้านบาทเลยทีเดียว สูงกว่าปีที่แล้วที่ขายได้ 841,000  ล้านบาท ที่น่าอะเมซิ่งก็คือเพียงแค่นาทีแรก หลังเที่ยงคืนวันที่ 10 พฤศจิกายน ยอดขายก็ทะลุ 33,000 ล้านบาทไปแล้ว ทำลายสถิติที่เคยทำไว้ 2 นาทีเมื่อปีพ.ศ. 2560

สินค้าที่อาลีบาบาเอามาลดราคาขายในวันคนโสดนั้น ไม่ได้มีเฉพาะสินค้าของจีนแต่เป็นสินค้าจากทุกทุมโลกที่ผู้ผลิต เอาไปฝากขายรวมถึงสินค้าไทยด้วย จำนวนมากถึง 180,000 แบรนด์จาก 75 ประเทศ

เทศกาลช็อปปิ้งออนไลน์แบบนี้ความจริงเริ่มต้นมาก่อนที่สหรัฐเมื่อปีพ.ศ. 2548  ซึ่งกำหนดเอาวันจันทร์แรกหลังวัน ขอบคุณพระเจ้า เลยมีชื่อว่า ไซเบอร์มันเดย์ ยอดขายของไซเบอร์มันเดย์ตอนเริ่มแรกและยังไม่มีวันคนโสดของอาลีบาบา มาเปรียบเทียบนั้นต้องถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของการขายของออนไลน์เพราะยอดขายสูงเป็นหลักหมื่นล้านบาท ภายในวันเดียว แต่เมื่อมีวันคนโสดของจีนเข้ามาแข่ง แม้ปีล่าสุดยอดขายในไซเบอร์มันเดย์จะสูงถึง 3,364 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยได้ราวๆ 111,000  ล้านบาทแต่ก็ยังห่างจากยอดขายของอาลีบาบาอีกไกลโข

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2495  เป็นต้นมาหลังวันขอบคุณพระเจ้าซึ่งกำหนดไว้ที่วันพฤหัสบดีที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายนนั้น ธุรกิจใน สหรัฐได้ร่วมกันจัดเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ โดยเริ่มลดราคากันตั้งแต่วันพฤหัสบดีคือวันขอบคุณพระเจ้าเลยไปจนถึงวัน ศุกร์เสาร์อาทิตย์ รวม 4  วันก่อนจะไปปิดท้ายด้วยไซเบอร์มันเดย์ในวันจันทร์ เพราะช่วงนี้เข้าใกล้ เทศกาลคริสมาสต์ที่ ผู้คนจะต้องออกมาช็อปปิ้งของขวัญให้ญาติมิตรและคนรักกันอยู่แล้ว ก็เลยกระตุ้นต่อมอยากซื้อกันเสียตั้งแต่ปลายเดือน พฤศจิกายนเสียเลย

วันศุกร์หลังวันขอบคุณพระเจ้าก็เลยมีชื่อเรียกว่าเป็น แบล็คไฟร์เดย์ หรือวันศุกร์สีดำ ซึ่งเป็นคนละความหมายกับ แบล็คมันเดย์ ซึ่งหมายถึงวันจันทร์ที่มืดมนเพราะหุ้นตกกันแบบฟ้าถล่มดินทลาย แต่แบล็คไฟร์เดย์นี่หมายถึงวันศุกร์ ที่มีการเทศกาลลดราคาขายของเพิ่มยอดขาย ตัวเลขในบัญชีจะได้ไม่ติดตัวแดงคือติดลบหรือขาดทุน แต่ตัวเลขจะเป็นสีดำ คือมีธุรกิจมีกำไรนั่นเอง

ยอดขายในช่วง 4 วันของแบล็คไฟร์เดย์ปีล่าสุด พ.ศ. 2560 ในสหรัฐนั้นเขาสำรวจมาว่าน่าจะสูงถึง 58,300 ล้านดอลลาร์ สหรัฐหรือสูงราว 1,900,000  ล้านบาท ยังสูงกว่ายอดขายของอาลีบาบาในวันคนโสดของจีน แต่ต้องไม่ลืมว่ายอดของ อาลีบาบานั้นเป็นเฉพาะยอดขายออนไลน์และเป็นยอดของอาลีบาบาเจ้าเดียว ส่วนยอดขายของแบล็คไฟร์เดย์นั้นเป็น ยอดขายรวมทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และทุกร้านค้าในสหรัฐรวมกัน

 

ขอบคุณ : Amazing AEC เดลินิวส์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561

ร่วมแสดงความคิดเห็น และแชร์ไปยัง Facebook ของท่าน